ทัวร์ตุรกี เที่ยวตุรกี อิสตันบูล โบสถ์เซนต์โซเฟีย 8 วัน

นำท่านนั่งกระเช้าสู่ยอดเขา เพื่อชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย มี โรงละครที่ชันที่สุดในโลก
โดยสายการบิน AIR ASTANA (KC)


ม้าไม้แห่งกรุงทรอย

ตุรกี

ม้าไม้แห่งกรุงทรอย

8 วัน / 5 คืน

เมืองชานัคคาเล่
KC

KC

อิสตันบูล

43,900 บาท


กำหนดการเดินทาง           13 - 20 / 20 - 27 กันยายน  2558 

                                          


ม้าไม้แห่งกรุงทรอยเมืองชานัคคาเล่
สนามบินสุวรรณภูมิ-เมืองอัลมาตี้-กรุงอิสตันบูล
07.30 น.
พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน R ประตู 9 สายการบิน แอร์ แอสตาน่า KC เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง

10.30 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 932 สายการบินที่ได้รับรางวัล World Airlines Skytrax Awards ปี 2012, 2013, 2014 สามปีติดต่อกัน (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 50 นาที)

16.20 น.
เดินทางถึงสนามบิน อัลมาตี้ล Almaty ประเทศ คาซัคสถาน Kazakhstan เปลี่ยนเที่ยวบิน

17.55 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 911

20.40 น.
เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล Istanbul ประเทศ ตุรกี นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก พักค้างคืน ที่ Golden Way Hotel 4*หรือเทียบเท่า www.goldenway.com.tr

เมืองคูซาดาซึ
ฮิปโปโดม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-โบสถ์เซนต์โซเฟีย-อุโมงค์เก็บน้ำ - เยเรบาตัน
พระราชวัง ทอปกาปิ-ช้อปปิ้งตลาดสไปซ์

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ชมสนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ “ฮิปโปโดรม” Hippodrome หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ จากนั้นท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย St. Sophia ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้ เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน Yerebatan Sarnici ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือ เสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูป และชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน Chang Cheng Restaurant ท่านเดินทางเข้าสู่ย่านตัวเมืองเก่า นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace ซึ่งสร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูล ในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ซึ่งภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย ส่งท้ายครึ่งวันช่วงบ่ายด้วยการนำท่านสู่ ย่านช้อปปิ้ง ตลาด สไปซ์ มาร์เก็ต Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ ผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ มีให้เลือกซื้อมากมาย

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พักค้างคืน ที่ Golden Way Hotel 4*หรือเทียบเท่า www.goldenway.com.tr

ทัวร์ตุรกี
พระราชวังโดลมาบาชเช่-ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส-เมืองอายวาลิค
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาชเช่ Dolmabahce Palace พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอก รายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเดินทางสู่ เมืองอายวาลิค Ayvalik เริ่มต้นจาการนั่งรถโค้ชสู่ท่าเรือที่ เมืองยาโลว่า Yalova แล้วนั่งเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ข้ามฝั่ง เมื่อขึ้นฝั่งแล้วนำท่านนั่งรถโค้ชคันเดิมมุ่งหน้าสู่ เมืองอายวาลิค ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาตลอดสองข้างทาง

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม พักค้างคืน ที่ Halic Park Dikili Hotel 4*หรือเทียบเท่า

วิหารอะโครโปลิส
เมืองอายวาลิค-เมืองเปอร์กามัม-นั่งกระเช้าสู่ยอดเขาเพื่อชมวิหารอะโครโปลิส
เมืองโบราณเอฟฟิซุส- เมืองปามุคคาเล่

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum นำท่านนั่งกระเช้าสู่ยอดเขา เพื่อชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย มี โรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส City of Ephesus ซึ่งเป็นเมืองอาณาจักรโรมัน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้น ในอดีตเอฟฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมันในคาบสมุทรอนาโตเลียเป็นศูนย์กลางทางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน เมืองเอฟฟิซุสมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ซากเมืองที่เห็นในปัจจุบันมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อาจจะเป็นรองแค่ปอมเปอีเท่านั้น นำท่านเข้าชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอาบน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านชม วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งของโรมัน ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ด้านหน้าสร้างเป็นเสา โครินเธียน 4 ต้น คู่กลางรองรับโค้งครึ่งวงกลมที่เรียงอย่างสวยงาม โค้งด้านหลังมีภาพแกะสลักเป็นรูปนางเมดูซ่า หัวเป็นงู นำชมอาคารที่โดดเด่นที่สุดจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเอฟฟิซุส คือ หอสมุทรเซลซุส Library of Celsus เป็นอาคารสองชั้น ด้านหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้า ห้องสมุดนี้สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดย ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา Julius Aquila เพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่พ่อของท่าน ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ ด้านหน้ามี รูปปั้นของเทพี 4 องค์ ได้แก่ Sophia (เทพีแห่งปัญญา), Arete (เทพีแห่งความดี), Ennoia (เทพีแห่งความคิด), Episteme (เทพีแห่งความรู้), จากนั้นนำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยการสกัดไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน คิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น เดิมสร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ โรมันมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ แต่พวกโรมันมาปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี Versace , Prada , Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักค้างคืน ที่ Richmond Hotel 4* หรือเทียบเท่า www.richmondint.com.tr

ทัวร์ตุรกี
เมืองปามุคคาเล่-เมืองคอนย่า-เมืองคัปปาโดเกีย
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-33.5 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกี

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา Mevlana Museum หรือสำนักลมวน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ Whirling Dervishes โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาเลดดิน ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใน ภายในตกแต่งประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาน่า นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์ จากนั้นนำท่านชม “ระบำหน้าท้อง” ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี พักค้างคืน ที่ Yiltok Hotel 4* หรือเทียบเท่า www.yilton.net

เมืองชานัคคาเล่
เมืองคัปปาโดเกีย-พิพิธภัณฑ์เกอเรเม่-เมืองใต้ดินไคมัคลี่-ช้อปปิ้ง-เมืองอันตาเลีย
05.00น.
ท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ (ทัวร์นั่งบอลลนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 200 ดอลล่าสหรัฐในกรณีที่ชำระด้วยเงินสด และราคา 210 ดอลล่าสหรัฐ ในกรณีที่ชำระด้วยบัตรเครดิต บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการทัวร์ บอลลูนในตุรกี มีประกันภัยให้กับทุกท่าน แต่สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tour ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน) เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด พร้อมกับประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่าน

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ท่านเข้าชม นครใต้ดิน Underground City of Kaymakli ซึ่งเป็นเมืองใต้ดินที่มีครบทุกอย่าง ทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของการสร้างเมืองใต้ดิน ปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ ส่วนใหญ่ต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นทีหลบภัยจากข้าศึกศัตรู (โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน) แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นกลับถ่ายเทเย็นสบาย เนื่องจากเป็นหินภูเขาไฟ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี ประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม และ โรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม Goreme เพื่อเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่เมืองตาอากาศที่สวยงาม ณ เมืองอันตาเลีย Antalya

18.45 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองอันตาเลีย โดยสายการบิน Onu Air

19.45 น.
เดินทางถึงสนามบิน เมืองอันตาเลีย นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม พักค้างคืน ที่ Grida City Hotel 4* หรือเทียบเท่า www.gridacity.com.tr

เที่ยวตุรกี
เมืองอันตาเลีย-เมืองอัลมาตี้-กรุงเทพมหานคร
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชมความสวยงามของ เมืองอันตาเลีย Antalya ชมความงดงามของอนุสาวรีย์โบราณ รวมถึงกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์” Hidirlik Tower อีกหนึ่งหอคอยที่มีความสำคัญ ซึ่งสร้างขึ้นจากหินสีน้ำตาลอ่อนเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ หรือ ประภาคารในอดีต ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ เป็นหอคอยทรงกลมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นและเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ปัจจุบันหอคอยถูกล้อมรอบไปด้วยร้านกาแฟและร้านอาหารมากมาย จากนั้นนำท่านสู่ ประตูเฮเดรียน Hadrian’s Gate ประตูชัยซึ่งสร้างขึ้นตามชื่อของจักรพรรดิโรมันเฮเดรียน Roman Emperor Hadrian ในช่วงศตวรรษที่ 2โดยประตูนั้นถูกสร้างขึ้นในรูปแบบทรงโค้ง จำนวน 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศตุรกีอีกด้วย จากนั้นนำท่านชม ท่าเรือโบราณ Old Habour เป็นท่าเรือที่มีความสวยงามมากที่สุดในบรรดาอ่าวทั้งหลายของประเทศตุรกี มีเรือจอดเรียงรายนับเป็นร้อยลำ จะมีการตกแต่งเรื่อไปเรือโจรสลัดรูปทรงต่าง ๆ สวยงามมาก ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยยังคงเค้าโครงเดิมไว้ ด้านบนของอ่าวจะมีบ้านเรือนที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้เป็นอย่างดี สวยงามมาก (บริษัทฯ ไม่มีบริการอาหารกลางวัน เนื่องจากระหว่างทางที่ท่านเดินท่องเที่ยวอยู่บริเวณท่าเรือโบราณ ท่านสามารถซื้ออาหารรับประทานได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิช หรือน้ำผลไม้ต่าง ๆ ) ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน

14.35 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC916

22.40 น.
เดินทางถึง สนามบิน อัลามาตี้ ประเทศคาซัคสถาน (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน)

เมืองเปอร์กามัม
เมืองอัลมาตี้-กรุงเทพมหานคร
01.00 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน แอร์ แอสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 931

08.55 น.
เดินทางถึง กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ



วีซ่า
เที่ยวตุรกี


ม้าไม้แห่งกรุงทรอยเมืองชานัคคาเล่
ผู้ใหญ่ห้องพักคู่ 43,900 บาท
เด็กพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่านมีเตียง 43,900 บาท
เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่านมีเตียงเสริม 43,900 บาท
เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 42,900 บาท
ห้องพักเดี่ยวต่อท่าน เพิ่มท่านละ 7,000 บาท
ผู้ใหญ่ 3 ท่าน 1 ห้องพัก ส่วนลดสำหรับท่านที่ 3 -

คำค้นหา