ทัวร์โมรอคโค เที่ยวโมรอคโค คาซาบลังก้า 10 วัน

นำท่านเยี่ยมเมืองมหัศจรรย์แห่งมาราเกช เมืองโอเอซิสบนลุ่มน้ำเทนซิฟท์ อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด เมืองนี้ถูกกล่าวขานให้เป็น A City of Drama
โดยสายการบิน Etihad Airways (EY)

เที่ยวโมรอคโคราคาถูก

โมรอคโค

เที่ยวโมรอคโคแบบง่ายๆ

10 วัน / 7 คืน

ทัวร์โมรอคโคราคาประหยัด
EY

EY

เที่ยวโมรอคโคราคาประหยัด

75,900 บาท


กำหนดการเดินทาง     23 ธันวาคม 2561 - 1 มกราคม  2562  


เที่ยวโมรอคโคราคาถูก
กรุงเทพฯ (Bangkok)– อาบูดาบี้ (Abu Dhabi)
17.00 น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เค้าท์เตอร์ สายการบิน อิทิฮัดแอร์เวย์ส เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

20.10 น.
ออกเดินทางสู่อาบูดาบี้ โดยเที่ยวบินที่ EY 401 BKK AUH 20.10 – 00.10 (7 ช.ม) เชิญเพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม

เที่ยวโมรอคโค
อาบูดาบี้– คาซาบลังก้า – มาราเกช-สวนจาร์ดีน มาจอแรล-พระราชวังบาเฮีย
02.30 น.
เปลี่ยนเครื่องบินไปคาซาบลังก้า เที่ยวบิน EY 401 AUH CMN 02.30 – 07.40 (9.10 ช.ม) (รวมเวลาบิน และเปลี่ยนเครื่อง 18.30 ชม.)

07.40 น.
นำเครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแล้วนำท่าน เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทาง 240 ก.ม.) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ นำท่านเข้าชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบจึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัวพระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน นำท่านเข้า ชมสวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม ชมมัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอคอยที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร)จากนั้นนำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ที่ Chez Ali Fantasia Show ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอคกันเบอร์เบอร์ที่ต้อนรับท่านด้วยอาหารและพร้อมชมการแสดงพื้นเมือง  พักค้างคืนในมาราเกชโรงแรม Les Jardins de l'Agdal Hotel ระดับ 5 ดาว หรือ เทียบเท่า

เที่ยวโมรอคโค
มาราเกช (Marakesh) - ไอท์ เบน ฮาดดู (Ait Benhaddou) – วอซาเซท (Ouarzazate)
เช้า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ เดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) โดยข้ามเขาไฮแอตลาส (High Atlas) ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน ตลอดทางท่านจะได้พบกับวิว ทิวทัศน์ และขุนเขา ที่มีสีสันงดงามแปลกตา ภูเขาแต่ละลูกจะมีสีสันเฉพาะตัว เนื่องจากมีแร่ธาตุที่แตกต่างกัน ซึ่งสร้างความแปลกแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางสู่เมือง วอซาเซท (Ouarzazate) เมืองที่เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองที่ถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.– เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขา แอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน นำชมป้อมทาเริท (Kasbah Taourirt) เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆจำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) อยู่ภายใน ซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออก แบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม  พักค้างคืนในวอซาเซทโรงแรม Karam Palace ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า *** คืนนี้ กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าเล็ก เพื่อใช้ในการค้างแรมในทะเลทรายซาฮาร่า ในคืนพรุ่งนี้ ***

เที่ยวโมรอคโคราคาประหยัด
วอซาเซท– ทินเฮียร์ (Tineghir) – ทอดร้ากอร์จ (Todra Gorge)- เออร์ฟอย์ด (Erfoud)
เมอร์ซูก้า (Merzouga)

เช้า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ นำท่านเดินทางสู่เออร์ฟอย์ด เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานของพ่อค้าที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดาน บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาดาเดสส์ (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆสวยงาม ก่อนถึง ทอด้ากอร์จ แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่เมืองBoumaln City (เทศกาลกุหลาบประมาณเดือนพฤษภาคม) แวะชมโอเอซิส Tinerhir ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท จากนั้นเดินทางสู่ทอดร้ากอร์จ ชมความงามขช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า (ระยะทาง 268 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) ผ่านเมืองออร์ฟอย์ดเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้าที่เดินทางมาจากทางตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดานในแอฟริกา บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาดาเดส (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆสวยงาม ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส ที่มีการทำระบบชลประทานใต้ดินแบบโบราณ นำท่านพร้อมสัมภาระ(ใบเล็ก) เดินทางโดยรถ 4x4 เข้าสู่ทะลทรายซาฮารา

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย  พักผ่อนค้างคืนในทะเลทราย เมอร์ชูก้า TOMBOUCTOU HOTEL หรือ เทียบเท่า

ทัวร์โมรอคโค
เมอร์ซูก้า (Merzouga) - เออร์ฟอย์ด - อิเฟรน (Ifrane) – เฟส (Fes)
เช้าตรู่
ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า (รวมค่าขี่อูฐ และ ค่าทิปคนจูงอูฐแล้ว) ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ ได้เวลานำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก

เช้า
รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ นำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 (รวมค่าทิปแล้ว) ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า มุ่งหน้าสู่เมืองเออร์ฟอยด์ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองเฟส (Fes) เส้นทางผ่านเทือกเขาแอตลาส สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ผ่าน Ziz Valley ก่อนข้าม Middle Atlas ผ่านเมือง Midelt

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวันที่เมือง มิเดลท์ (Midelt) จากนั้นเดินทางข้ามเขา มิดเดิล แอตลาส (Middle Atlas) ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ บางช่วงต้นไม้พุ่มเตี้ยแปลกตา สวนต้นซีดาร์ ผ่านเส้นทางความสูง 3,090 เมตร ปกคลุมด้วยหิมะ และต้นสนขนาดใหญ่ เข้าสู่เมืองอิเฟรน (Ifrane ) ที่ความสูงประมาณ 1650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมร็อคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บานและทะเลสาบสวยงามเป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน จากนั้นเดินทางต่อลงทางใต้ประมาณ ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. เข้าสู่เมืองเฟซ เมืองเฟซซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพิเรียลทั้งสี่ ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่เคยร้างผู้คนมาตลอด 1,200 กว่าปี นำท่านเที่ยวชมเมืองเฟส (Fes) เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค เริ่มด้วยจุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน ต่อด้วยชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ (The Royal Palace) ที่มีทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างสง่างาม ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่งแต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยุ๋ไม่มากนัก จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมดินาแห่งเมืองเฟส เมืองที่มีตรอกซอกซอยดุจเขาวงกตอันซับซ้อนผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้างปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 9,4000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม  พักค้างคืนในเฟสโรงแรม Pick Albatros ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า

เที่ยวโมรอคโคราคาถูก
เฟส (Fes) - เชฟชาอูน (Chefchaouen)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินต่อในเมดิน่าแห่งเฟส ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง ก่อนอำลาเมืองเฟส นำท่าน ชมวิวเมืองเฟส บนห้อมปราการแห่งราชวงศ์ ซาเตียน (Sadian)

กลางวัน
 รับประทานอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางสู่เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เมืองที่ได้ชื่อว่า “ มนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค “ แม้ว่าโมรอคโคเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของทวีปแอฟริกา แต่การที่มีอาณาเขตติดต่อ กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและ สเปน เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี ในอดีตก่อนที่โมรอคโคจะได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมดในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย เชฟชาอูนอาจจะไม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความตื่นเต้นจากกิจกรรมกลางแจ้งหรือชายหาดมากนัก แต่อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมือได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับคนที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค สีฟ้าและสีขาว ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ นี้ทีเดียว สาเหตุที่เมืองเชฟชาอูนถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ ถ้าถามว่าทำไมบ้านเรือนจึงเป็นสีฟ้า ก็ต้องเล่าย้อนไปว่า แต่ก่อนแล้วบ้านเรือนไม่ใช่สีฟ้าอย่างปัจจุบัน เดิมที่แล้วบ้านในเชฟชาอูนเป็นสีขาวล้วน มีชาวยิวและชาวมุสลิมที่เป็นผู้อพยพมาจากสเปนเป็นประชากรดั้งเดิมของเมือง สมัยก่อนชาวมุสลิมมักจะทาสีเขียวไว้ที่ประตูบ้าน เนื่องจากว่าเป็นสีที่เป็นสัญลักษ์ของศาสนาอิสลาม แต่แล้วภายหลังชาวยิวได้ริเริ่มการทาสีช่วงล่างของบ้านให้เป็น สีฟ้าในช่วงยุค ค.ศ. 1930 จากนั้นเป็นต้นมาทั้งชาวยิวและชาวมุสลิมในเมืองก็ทาบ้านเป็นสีฟ้ามาตลอดจน ถึงทุกวันนี้ ซึ่งความนิยมทาประตูสีฟ้าก็กระจายอยู่ในหลายๆเมืองในภูมิภาคนี้ อย่างเช่นเมือง Sidi Bou Said เมืองทางภาคเหนือของประเทศตูนิเซียได้เวลาพอสมควร

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ  พักค้างคืนในเชฟชาอูน โรงแรม Dar Chefchaouen ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

ทัวร์โมรอคโค
เชฟชาอูน (Chefchaouen) – แทนเจียร์ (Tangier) - ราบัต (Rabat)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่เมืองแทนเจียร์ (Tangier) เป็นเมืองริมชายฝั่ง และเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อคโค และอยู่ทางตอนใต้ของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์” ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของโมรอคโคอีกด้วย นอกจากนี้แล้วเมืองแทนเจียร์ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านระวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ อีกทั้งรอบๆตัวเมืองยังมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม รวมไปถึงหาดทรายและผู้คนที่แสนจะเป็นมิตร นำชม แกรนด์ ซัคโค (Grand Socco) หรือที่รู้จักกันว่า "บิ๊กสแควร์" จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือย่านเมดินา ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตลาดหลักของเมืองอีกด้วย

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ได้เวลาพอสมควร เดินทางต่อสู่เมืองราบัต นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร ด้านหลังเป็นหอคอยฮัสซัน (Hassan Tower)

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ พักผ่อนค้างคืนในเมืองราบัต Golden Tulip Farah 5* หรือเทียบเท่า

เที่ยวโมรอคโค
ราบัต (Rabat) - คาซาบลังก้า (Casablanca)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า เดินทางสู่ 'คาซาบลังก้า' หมายถึง บ้านสีขาว คำว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังกา' แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค' ด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน ชมท่านชมบรรยากาศ ริมมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเต็มไปด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นสถานที่พักตากอากาศของชาวเมืองคาซาบลังก้า ผ่านชมชุมชนบ้านเศรษฐี นักธุรกิจ จากทุกมุมโลก ผู้ซึ่งหลงใหลมนต์เสน่ห์เมืองคาซาบลังก้า

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน (ซีฟู้ด) นำท่านชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (ภายนอก) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว ชมเมืองคาซาบลังก้า โบถส์ (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงามแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา ต่อด้วยจัตุรัสสหประชาชาติ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสำคัญ นำท่านช้อปปิ้งหาซื้อของฝากก่อนกลับบ้านที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน พักผ่อนค้างคืนในเมืองคาซาบลังก้า Kenzi Tower Hotel ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

เที่ยวโมรอคโคราคาถูก
คาซาบลังก้า (Casablanca) – อาบูดาบี (Abu Dhabi)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า

07.00 น.
เดินทางสู่สนามบินเมืองคาซาบลังก้า

10.35 น.
บินสู่ อาบูดาบี้ โดยเที่ยวบินที่ EY 612 1035 – 22.10 (7.35 ชม.)

23.50 น.
เปลี่ยนเครื่องสู่เมืองไทย EY 406 23.50 – 09.05 (6.10 ชม.)

เที่ยวโมรอคโคแบบง่ายๆ
กรุงเทพฯ
09.05 น.
คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ



วีซ่า
เที่ยวโมรอคโค


ทัวร์โมรอคโคราคาประหยัด
ผู้ใหญ่ห้องพักคู่ 75,900 บาท
เด็กพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่านมีเตียง 75,900 บาท
เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่านมีเตียงเสริม 75,900 บาท
เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 75,900 บาท
ห้องพักเดี่ยวต่อท่าน เพิ่มท่านละ 11,500 บาท
ผู้ใหญ่ 3 ท่าน 1 ห้องพัก ส่วนลดสำหรับท่านที่ 3 -

คำค้นหา